การนำ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจการเงินและประกันภัยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง การอนุมัติสินเชื่อ ไปจนถึงการให้บริการลูกค้าผ่านระบบอัตโนมัติ
แม้ AI จะช่วยให้การทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างความเสี่ยงใหม่ที่องค์กรต้องระวัง เช่น การให้ผลลัพธ์ผิดพลาด การตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม หรือการใช้ข้อมูลไม่เหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศไทยจึงเริ่มออก “แนวทางการกำกับ AI” เพื่อให้การใช้งาน AI อยู่ในกรอบที่ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงาน คปภ.
ภาพรวมการกำกับ AI ในประเทศไทย
ประเทศไทยยังไม่ได้มีกฎหมาย AI โดยเฉพาะ แต่ใช้แนวทางกำกับในรูปแบบ “risk-based guideline” แทน
แนวคิดหลักคือ ไม่ได้ห้ามใช้ AI แต่ต้องควบคุมความเสี่ยงให้เหมาะสมกับระดับความสำคัญของงาน
สองหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการดูแล การใช้AIในองค์กรการเงิน คือ
- ธปท. → ดูแลภาคธนาคารและบริการทางการเงิน
- คปภ. → ดูแลธุรกิจประกันภัย
ทั้งสองหน่วยงานมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทำให้ AI ใช้งานได้จริง แต่ยังปลอดภัยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
แนวทางและ ข้อบังคับ ธปท
ธปท. ออกแนวทางด้าน AI Risk Management เพื่อให้สถาบันการเงินใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ
หัวใจสำคัญคือแนวคิด “Responsible AI” ซึ่งประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก:
- ความเป็นธรรม (Fairness)
- จริยธรรม (Ethics)
- ความรับผิดชอบ (Accountability)
- ความโปร่งใส (Transparency)
แนวคิดนี้สะท้อนว่า AI ไม่ใช่แค่ระบบอัตโนมัติ แต่เป็นสิ่งที่องค์กรต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วย
การจัดการความเสี่ยงที่ ธปท. เน้น
- ข้อมูล (Data): ต้องมีคุณภาพ ปลอดภัย และไม่รั่วไหล
- โมเดล (Model): ต้องมีการทดสอบและติดตามผลต่อเนื่อง ลดความผิดพลาดของ AI
- ความปลอดภัย (Cybersecurity): ป้องกันการโจมตี เช่น การป้อนข้อมูลหลอกระบบหรือ prompt injection
(อ้างอิงจาก: ธปท. ออกแนวนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้งาน AI)
แนวทางจากสำนักงาน คปภ.
ฝั่งประกันภัย คปภ. ได้ออกแนวทางกำกับการใช้ AI เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง “นวัตกรรม” และ “การคุ้มครองผู้บริโภค” หลักการสำคัญคือ การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
แนวทางหลักของ คปภ.
- โครงสร้างการกำกับดูแล AI ต้องชัดเจน (AI Governance)
- ระบบต้องมีความมั่นคงและปลอดภัย
- การตัดสินใจของ AI ต้องอธิบายได้
- ต้องป้องกันความไม่เป็นธรรมและ bias ต่อผู้บริโภค
จุดสำคัญที่ คปภ. เน้นมาก
ในกรณีงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การรับประกันหรือการจ่ายสินไหม ต้องมี “มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ” เสมอ (Human-in-the-loop)
เปรียบเทียบแนวทางการใช้ AI ธปท. vs คปภ.
| หัวข้อ | ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) | คปภ. (ประกันภัย) |
| ขอบเขต | ธุรกิจธนาคารและการเงิน | ธุรกิจประกันภัย |
| แนวคิดหลัก | Responsible AI + Risk Management | AI Governance + Consumer Protection |
| จุดโฟกัส | ความเสี่ยงโมเดลและไซเบอร์ | ความเป็นธรรมและความโปร่งใส |
| การอธิบายผล AI | ต้องอธิบายได้ | ต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน |
| Human oversight | ใช้ในงานสำคัญ | บังคับในงานความเสี่ยงสูง |
| เป้าหมาย | ลดความเสี่ยงระบบการเงิน | คุ้มครองผู้บริโภคและความเป็นธรรม |
สรุป
แนวทางการใช้ AI จากทั้ง ธปท. และ คปภ. แสดงให้เห็นชัดว่า AI ในภาคการเงินและประกันภัยไม่ได้ถูกมองเป็นแค่เทคโนโลยี แต่เป็น “ความเสี่ยงระดับองค์กร” ที่ต้องมีระบบกำกับดูแลอย่างจริงจัง
องค์กรที่นำ AI มาใช้จึงต้องให้ความสำคัญกับ:
- การบริหารความเสี่ยง
- ความโปร่งใสของระบบ
- และการมีมนุษย์ร่วมตรวจสอบในงานสำคัญ
หากองค์กรของคุณกำลังเริ่มนำ AI มาใช้ในธุรกิจ การวางระบบกำกับดูแล AI (AI Governance) ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การใช้งานสอดคล้องกับแนวทางของ ธปท. และ คปภ. เช่น AI monitoring, guardrails และ human-in-the-loop จะช่วยให้ AI ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น
หากไม่มั่นใจในการปรับใช้ AI เข้ากับองค์กร ติดต่อ AppMan เพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


EN