เชื่อว่าหลายคนที่ทำงานสาย Sales หรือองค์กรที่มีทีมขาย คงกำลังเจอปัญหาในการปิดการขายอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคำปฏิเสธยอดฮิตอย่าง “ยังไม่สนใจ” “ขอดูก่อนนะ” หรืออาจจะติดปัจจัยเรื่องราคาและข้อจำกัดอื่น ๆ โดยหน้าที่เซลล์จึงหนักอยู่ตรงที่ จะทำยังไงให้ Lead ที่ได้มานั้นถูกปิดยอดให้สำเร็จ แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคำปฏิเสธเหล่านี้ก็ตาม
ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีหรือ ai solution หลากหลายรูปแบบเข้ามาช่วยซัพพอร์ตตำแหน่ง Sales แต่ปัญหาเรื่องการปิดยอดก็ยังคงมีอยู่ให้เห็นเรื่อย ๆ ซึ่งหน้างานจริงอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น เซลส์พูดรายละเอียดไม่ครบ ถอดใจง่ายเกินไปเมื่อโดนลูกค้าปฏิเสธในคำแรก ๆ หรือบางจังหวะก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำหรือแก้เกมขายอย่างไรต่อเมื่อลูกค้าเริ่มลังเล นั่นคือเหตุผลที่มีเครื่องมือใหม่อย่าง Voice Ai เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการแก้ปัญหาหน้างาน ซึ่งในบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าเครื่องมือดังกล่าวทำอะไรได้บ้าง และจะเข้ามาช่วยซัพพอร์ตให้ทีมเซลส์ทำงานง่ายขึ้นได้ยังไง ต้องไปดูกันเลยถ้าอยากปิดการขายให้ได้จริง!
Voice AI ทำหน้าที่อะไรบ้าง?
Voice ai เป็นโซลูชันใหม่ล่าสุดจาก AppMan ที่ถือว่าตอบโจทย์การทำงานของสาย Telesales มาก ๆ โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยประจำตัวของพนักงานขายที่จะคอยสนับสนุนตั้งแต่ก่อนเริ่มโทร ระหว่างสาย ไปจนถึงการสรุปผลหลังวางสาย ซึ่งมีฟีเจอร์สำคัญ 3 ส่วนหลัก ดังนี้
1. สรุปข้อมูลเรียลไทม์ แม่นยำทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
ระบบสามารถฟังเสียงสดในขณะที่พนักงานกำลังคุยสาย แล้วทำการแปลงเสียงเป็นข้อความพร้อมสรุปใจความสำคัญให้ทันที โดยจุดเด่นคือความแม่นยำในการจับใจความภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ทำให้เซลส์ไม่ต้องพะวงกับการจดบันทึก และไม่มีข้อมูล Insights ของลูกค้าตกหล่น
2. ควบคุมมาตรฐานการให้ข้อมูลและแนะนำ
ในระหว่างสนทนา หากพนักงานลืมกล่าวถึงข้อกำหนดสำคัญหรือเงื่อนไขทางกฎหมาย ระบบจะมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นบนหน้าจอทันทีเพื่อป้องกันความผิดพลาด นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ประโยคของลูกค้า เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์หรือแผนการขายที่เหมาะสมที่สุดขึ้นมาให้เซลส์ใช้เป็นแนวทางในการหน้างาน ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ตรงจุด ฟีเจอร์นี้จึงเหมาะมากในธุรกิจสินเชื่อ หรือ กลุ่มธุรกิจประกัน
3. ระบบวิเคราะห์หลังบ้านและการเทรนนิ่งทีมงาน
ข้อมูลบทสนทนาทั้งหมดจะถูกรวบรวมเข้าสู่แดชบอร์ดหลังบ้าน เพื่อให้หัวหน้าทีมขายสามารถเข้ามาตรวจสอบ ดูภาพรวมประสิทธิภาพ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้โดยไม่ต้องนั่งสุ่มฟังเทปทีละสาย ยิ่งไปกว่านั้น ดาต้าเหล่านี้ยังนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเทรนนิ่งพนักงานใหม่ โดยจำลองสถานการณ์ให้เซลส์ฝึกซ้อมพูดคุยและตอบข้อโต้แย้งกับ AI ก่อนที่จะลงไปเจอกับลูกค้าจริง

แล้ว Voice AI ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขายได้อย่างไร?
การมีเทคโนโลยีที่ดีไม่ได้หมายความว่าระบบจะทำงานแทนมนุษย์ทั้งหมด แต่คือการติดอาวุธให้พนักงานขายสามารถรับมือกับสถานการณ์หน้างานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด กลไกสำคัญของ Voice ai ที่เข้ามาพลิกเกมและช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การปิดการขายให้สูงขึ้น มีดังนี้
เปลี่ยนคำปฏิเสธเป็นโอกาส ด้วยสคริปต์แก้เกมทันท่วงที
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำปฏิเสธยอดฮิตอย่าง “แพงไป” หรือ “ยังไม่สนใจ” พนักงานขายหลายคนโดยเฉพาะมือใหม่อาจเกิดอาการตื่นตระหนก ถอดใจ หรือคิดคำโต้ตอบไม่ทัน ระบบ AI solution นี้จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทและคีย์เวิร์ดจากเสียงของลูกค้าทันที พร้อมป้อนข้อมูลสคริปต์ในการรับมือข้อโต้แย้งที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าได้ผลขึ้นบนหน้าจอ พนักงานจึงสามารถดึงความสนใจของลูกค้ากลับมาและเดินหน้าเจรจาต่อได้อย่างลื่นไหล
ปิดจ๊อบสมบูรณ์ในสายเดียว ไม่ต้องเสี่ยงโทรซ้ำให้เสียลูกค้า
ในธุรกิจที่มีกฎระเบียบจัดระเบียบสูง บ่อยครั้งที่พนักงานสามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้แล้ว แต่กลับต้องโทรกลับไปหาลูกค้าซ้ำอีกรอบเนื่องจากตรวจสอบพบภายหลังว่าพูดเงื่อนไขสำคัญไม่ครบถ้วน ซึ่งการโทรกลับไปรอบสองมักเพิ่มความเสี่ยงทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจและปฏิเสธในที่สุด การที่ระบบช่วยตรวจเช็กความถูกต้องแบบเรียลไทม์ (Real-time Compliance) จึงเป็นการการันตีว่า ทุกสายที่วางลงคือการปิดการขายที่สมบูรณ์แบบและถูกต้อง 100%
ถอดสูตรสำเร็จจากตัวท็อป มายกระดับยอดขายทั้งทีม
ระบบวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้านจะทำหน้าที่ถอดรหัสและค้นหาแพทเทิร์นของพนักงานระดับท็อป (Top Performer) ว่ามีวิธีการพูด จังหวะน้ำเสียง หรือการหยิบยื่นข้อเสนออย่างไรในจังหวะที่ลูกค้ากำลังจะปฏิเสธ หัวหน้าทีมสามารถนำดาต้าส่วนนี้มาใช้ปรับปรุงสคริปต์กลางขององค์กร และนำไปใช้จำลองสถานการณ์ฝึกซ้อมให้กับพนักงานคนอื่น ๆ ทำให้มาตรฐานการขายของทั้งทีมยกระดับขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้อัตราการปิดยอดขายโดยรวมขององค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน
สรุป
การเผชิญหน้ากับคำปฏิเสธและแรงกดดันในหน้างานขายทางโทรศัพท์ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับทีม Telesales แต่เทคโนโลยีใหม่อย่าง Voice ai ได้เข้ามาเปลี่ยนให้ความท้าทายเหล่านั้นกลายเป็นโอกาสที่ควบคุมได้ เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนพนักงาน แต่เข้ามาเป็นเครื่องมือสนับสนุนอัจฉริยะที่ช่วยลดความผิดพลาด ช่วยแนะนำสคริปต์แก้เกมในจังหวะสำคัญ และจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด
การปรับตัวนำ ai solution เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการขาย จึงไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มความสะดวกสบาย แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมาตรฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายเพื่อขับเคลื่อนยอดขายขององค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพทีมขายและทดลองนำระบบ Voice AI ไปปรับใช้หน้างานจริง สามารถติดต่อเราได้เลย!


EN