เลือกงานที่อยากเปลี่ยน
ระบุขั้นตอนที่เสียเวลา ผู้ใช้งานจริง และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมเก็บค่าตั้งต้นของกระบวนการเดิม
เช่น เวลาสรุปหลังสาย หรือเวลาคีย์ต่อเอกสาร
Voice AI, AI Agent, Conversational AI และ Document AI — เลือกให้ตรงกับงานของทีม แล้วเชื่อมข้อมูลและขั้นตอนให้ทำงานต่อกัน
ออกแบบให้เชื่อมกับข้อมูล ระบบ และ Workflow ขององค์กร
สำหรับทีมขาย บริการลูกค้า และ Contact Center ที่ต้องการลดงานหลังสาย มองเห็นประเด็นสำคัญ และตรวจคุณภาพการสนทนาได้เป็นระบบ
ถอดเสียงและวิเคราะห์ Intent, Sentiment, Topic และ Call Outcome เพื่อให้ทีมรู้ว่าลูกค้าติดต่อเรื่องอะไร และบทสนทนาจบอย่างไร
เตรียมบริบทก่อนรับสาย ช่วยให้เห็นสัญญาณที่ควรระวังระหว่างคุย และสรุป Wrap-up พร้อม Action Items หลังจบสาย
ใช้ QA Checklist และ Call Moments ช่วยชี้จุดที่ Supervisor ควรทบทวน แล้วนำไป Coaching พนักงานต่อ
เมื่อทีมยังต้องเปิดหลายระบบเพื่อค้นข้อมูล ตรวจเงื่อนไข และส่งต่องาน AppMan ช่วยออกแบบ AI Agent ให้ทำงานตาม Workflow และสิทธิ์ที่องค์กรกำหนด
ออกแบบให้รับคำขอหรือข้อมูลจากเสียง แชต และเอกสาร พร้อมเชื่อมข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
ระบุเงื่อนไขและเครื่องมือที่ Agent ใช้ได้ เช่น ค้นสถานะ เตรียมคำตอบ หรือสร้างงานติดตาม โดยกำหนดขอบเขตเป็นราย Use Case
ออกแบบขั้นตอนอ่านหรือบันทึกข้อมูลในระบบเดิม และหยุดรอคนอนุมัติเมื่องานนั้นมีผลต่อข้อมูลหรือการตัดสินใจสำคัญ
รวม AI Chatbot และการบริหารแชตให้ทีมดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่อง ผ่าน LINE OA, Facebook Messenger และ Website Chat
ใช้ Conversation Prediction และ Context Awareness ช่วยเข้าใจความต้องการ พร้อมแนะนำหรือเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าและบริการ
บริหารงานตามประเภทเคส ทักษะ สถานะ และภาระงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งงานต่อให้ทีมที่รับผิดชอบ
ใช้ Feedback และ Knowledge Gap Management หาจุดที่ควรเพิ่มเนื้อหา พร้อม Dashboard, Test Management และ Version Control สำหรับดูแล Chatbot
เปลี่ยนภาพและเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัลด้วย OCR พร้อม Human Verification สำหรับงานที่ต้องตรวจความถูกต้องก่อนนำไปใช้ต่อ
รองรับภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมตัวอย่างเอกสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ รายการเดินบัญชี บัตรประชาชน และทะเบียนรถยนต์
ให้ทีมตรวจทานข้อมูลที่อ่านได้ แก้ไขรายการที่ต้องดูเพิ่มเติม และจัดการการตรวจสอบในกระบวนการเดียว
ผสาน OCR เข้ากับระบบหรือแพลตฟอร์มของลูกค้า โดยกำหนดประเภทเอกสาร ฟิลด์ และรูปแบบข้อมูลร่วมกันก่อนเชื่อมต่อ
ตัวอย่างการออกแบบกระบวนการติดตามเอกสาร ตั้งแต่ลูกค้าติดต่อ จนทีมพร้อมดำเนินการต่อ
“ลูกค้าส่งเอกสารมาแล้ว แต่ข้อมูลอยู่คนละช่องทาง ทีมต้องถามซ้ำและตามสถานะกันเอง”
ทำความเข้าใจคำขอจากสายโทรเข้าหรือแชต และเตรียมบริบทให้ผู้ดูแลเคส
อ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องและดึงฟิลด์ที่จำเป็น ให้ทีมตรวจทานข้อมูล
ตรวจเงื่อนไขตาม Workflow เตรียมงานติดตาม และรอการอนุมัติในจุดที่กำหนด
ทีมตัดสินใจในจุดสำคัญ แล้วส่งข้อมูลที่อนุมัติเข้าสู่ระบบปลายทาง
คำขอของลูกค้า เอกสารที่เกี่ยวข้อง สถานะตรวจสอบ และขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจน
Workflow นี้เป็นตัวอย่างสำหรับการออกแบบร่วมกัน การเชื่อมต่อและขอบเขตอัตโนมัติต้องประเมินตามระบบและสิทธิ์ของแต่ละองค์กร
เริ่มจากข้อมูลที่ AI ต้องใช้ และงานที่ต้องส่งต่อ แล้วประเมินการเชื่อมต่อร่วมกับทีม IT และทีมหน้างาน
ตัวอย่างเสียง แชต เอกสาร และแหล่งข้อมูลที่อนุญาตให้ใช้
CRM, ERP, Contact Center หรือ Database พร้อมรูปแบบ API และสิทธิ์ที่มี
ผู้ตรวจสอบ จุดอนุมัติ กฎธุรกิจ และแนวทางรับมือเมื่อข้อมูลไม่ครบ
สถาปัตยกรรมตัวอย่าง · ประเมินการเชื่อมต่อเป็นรายระบบ
กำหนดโจทย์ ข้อมูล และเกณฑ์วัดผลร่วมกัน เพื่อให้เห็นความเหมาะสมก่อนขยายไปทั้งองค์กร
ระบุขั้นตอนที่เสียเวลา ผู้ใช้งานจริง และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมเก็บค่าตั้งต้นของกระบวนการเดิม
เช่น เวลาสรุปหลังสาย หรือเวลาคีย์ต่อเอกสาร
ทดสอบข้อมูลที่เป็นตัวแทนของงานปกติและเคสยาก แล้วให้ทีมหน้างานช่วยตรวจคุณภาพและจุดส่งต่อ
ดูความถูกต้อง ความครบถ้วน และภาระที่ทีมยังต้องทำ
วางสิทธิ์ จุดอนุมัติ และผู้รับผิดชอบ ก่อนติดตามผลการใช้งานเพื่อปรับปรุง Workflow ร่วมกัน
เปรียบเทียบผลกับค่าตั้งต้น ก่อนขยายขอบเขตงาน
เลือกเริ่มจากโจทย์เดียวได้ เช่น ลดงานหลังสายด้วย Voice AI หรือแปลงข้อมูลเอกสารด้วย Document AI แล้วจึงประเมินว่าการเพิ่ม AI Agent หรือเชื่อมโซลูชันอื่นจะช่วยขั้นตอนถัดไปอย่างไร
Conversational AI เน้นการเข้าใจและโต้ตอบบทสนทนา ส่วน AI Agent ในแนวทางนี้เน้นการนำบริบทไปเดินงานหลายขั้นตอนและเชื่อมระบบตามสิทธิ์ ทั้งสองส่วนสามารถทำงานร่วมกันใน Use Case เดียวได้
เริ่มจากประเมินว่าระบบเดิมเปิดให้เข้าถึงข้อมูลและเชื่อมงานได้อย่างไร เช่น API และสิทธิ์ที่รองรับ แล้วจึงออกแบบการเชื่อมต่อ ขอบเขตงานขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของแต่ละระบบ
กำหนดเงื่อนไขให้ส่งต่อเจ้าหน้าที่หรือเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและวิธีแก้ไข เช่น QC Verification สำหรับเอกสาร หรือการทบทวนความรู้ของ Chatbot
เตรียมโจทย์ที่ต้องการแก้ ตัวอย่างข้อมูลที่มีสิทธิ์นำมาใช้ ขั้นตอนการทำงานปัจจุบัน ระบบที่เกี่ยวข้อง และผลลัพธ์ที่อยากวัด เพื่อให้การประเมิน Solution มีขอบเขตชัดเจน
บอกโจทย์ที่ต้องการแก้ ระบบที่ใช้อยู่ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง เพื่อให้ทีม AppMan ช่วยประเมินโซลูชันและแนวทางเชื่อมต่อร่วมกับคุณ
กรอกข้อมูลเพื่อให้ทีม AppMan ติดต่อกลับ
หากฟอร์มไม่แสดง เปิดแบบฟอร์มลงทะเบียน ↗