fbpx

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม : กระบวนการและขั้นตอนที่ HR ควรรู้

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม คือกระบวนการรับพนักงานใหม่ที่ฝ่ายบุคคลไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน การรักษาความปลอดภัย หรือบริการขนส่งสินค้า เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าพนักงานมีความน่าเชื่อถือและวางใจได้ แต่ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากและงบประมาณที่อาจเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ขั้นตอนนี้ถูกมองข้ามไป แต่เชื่อไหมว่าการตรวจประวัติอาชญากรรมจะช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี

ป้องกันความเสี่ยงและการฉ้อโกงด้วยการตรวจประวัติอาชญากรรม

การ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม จะช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่บริษัทจ้างบุคคลที่มีประวัติเสื่อมเสียเข้ามาร่วมงาน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับองค์กรหากพนักงานมีการก่อเหตุซ้ำ โดยเฉพาะบุคคลที่มีประวัติฉ้อโกง ทำร้ายร่างกาย หรือการล่วงละเมิดทางเพศ สร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย

ขั้นตอนการตรวจประวัติอาชญากรรม

ขั้นตอนการตรวจประวัติอาชญากรรมในรูปแบบดั้งเดิม ผู้สมัครหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลจะเดินทางไปยื่นเอกสารที่สถานีตำรวจ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. บริษัทหรือหน่วยงานต้องมีการขออนุญาตตรวจประวัติอาชญากรรมจากบุคคลนั้น ๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเช่น ชื่อ – นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, หมายเลขประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขใบขับขี่ 
  3. เดินทางไปยื่นเอกสารที่กรมตำรวจ, ศาล หรือหน่วยงานที่เก็บบันทึกข้อมูลอาชญากรรม
  4. ตรวจสอบข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมจากระบบฐานข้อมูลของรัฐบาล เช่น การเสียภาษี หรือสวัสดิการทางสังคม
  5. หากเป็นชาวต่างชาติหรือเคยทำงานในต่างประเทศ ควรตรวจสอบหลักฐานการเข้าประเทศ หรือใบอนุญาตทำงานในประเทศอย่างถูกกฎหมาย และอาจจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจากประเทศต้นทางด้วย
  6. หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น ผลการตรวจสอบจะถูกรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อสรุปเป็นรายงาน

การตรวจสอบโดยวิธีดังกล่าว จะใช้เวลาดำเนินการ 15-30 วัน และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูง ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้วยังอาจเกิดปัญหาความล่าช้าเพราะจัดเตรียมเอกสารไม่ครบ

แต่ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาโซลูชั่นตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสำหรับองค์กร เพื่อตอบโจทย์การสรรหาบุคลากรที่เหมาะสม โดยจะลดขั้นตอนการทำงานของ HR (Human Resources) หรือฝ่ายบุคคล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคัดเลือกพนักงานที่มีความเหมาะสมเข้ามาร่วมงานกับทางองค์กร

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมออนไลน์ สะดวก รู้ผลไว ลดค่าใช้จ่าย 

ในยุคดิจิทัลเราสามารถตรวจประวัติอาชญากรรมได้ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง การจัดการเอกสาร เป็นต้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็ได้มีการพัฒนาโซลูชันตรวจประวัติอาชญากรรม เพื่อตอบโจทย์การคัดสรรบุคลากรที่มีคุณภาพ 

หนึ่งในนั้นคือบริษัท AppMan ที่ได้มีการพัฒนา Appman Criminal Checker บริการยื่นตรวจประวัติอาชญากรรมผ่านระบบออนไลน์ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ล็อกอินเข้าใช้งานในระบบยื่นตรวจประวัติอาชญากรรมผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม
  2. เจ้าหน้าที่สร้างข้อมูลรายการของพนักงานใหม่ที่ต้องการยื่นตรวจประวัติอาชญากรรม ซึ่งหากมีหลายคนก็สามารถอัปโหลดรายการได้ทั้งหมดภายในครั้งเดียว
  3. พนักงานใหม่ยืนยันตัวตนผ่าน SMS หรือ Email จากนั้นกดยินยอมและเซ็นรับรองนโยบาย PDPA 
  4. เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลกดส่งข้อมูลเพื่อยื่นเช็กประวัติอาชญากรรม จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบแล้วส่งเอกสารให้กับฝ่ายบุคคล ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PFD มาใช้งานได้

จะเห็นได้ว่า Appman Criminal Checker ช่วยลดขั้นตอนการตรวจประวัติอาชญากรรมแบบทั่วไปได้ถึงสองขั้นตอน ลดปัญหาจัดเตรียมเอกสารไม่ครบ เพราะระบบจะใช้เทคโนโลยี OCR ในการยืนยันตัวตน จึงสามารถดึงข้อมูลที่ถูกต้องผ่านบัตรประชาชนได้ทันที อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ผ่านสมาร์ตโฟนทุกเครื่อง ตรวจสอบได้ตั้งแต่ประวัติคดีแพ่ง คดีอาญา รวมถึงประวัติคดีล้มละลาย ด้วยกระบวนการที่รวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อถือได้ จึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำจำนวนมาก

การตรวจประวัติอาชญากรรม ขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบันการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมสามารถดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมคือการยื่นตรวจประวัติอาชญากรรมแบบออนไลน์ เพราะนอกจากจะประหยัดงบประมาณของบริษัทแล้ว ยังช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ด้วยขั้นตอนการดำเนินงานที่น้อยลง แต่ได้ผลที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น 

ซึ่งองค์กรที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านการเงิน การรักษาความปลอดภัย ธุรกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวและการโรงแรม รวมไปถึงธุรกิจก่อสร้างบางแห่งก็หันมาเลือกใช้ Appman Criminal Checker กันมากยิ่งขึ้น เพื่อคัดเลือกพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาร่วมงานองค์กรต่อไป เพราะมั่นใจได้ว่าชื่อเสียงขององค์กรจะไม่ได้รับผลกระทบจากพนักงานที่เคยสร้างความเสื่อมเสีย หรือเคยมีข่าวเสียหาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *